อนาคต Internet of Things (IoT) ผู้เปลี่ยนเกมของโลก

โดยพันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม และรองประธาน กสทช.

แหล่งที่มา: เว็บแบไต๋

ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ประกอบกับมีการขยายโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่องและมีให้บริการได้หลากหลายช่องทางด้วยกัน ได้ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของประชากรในปัจจุบันต้องพึ่งพาและอาศัยการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น จึงทำให้ในปัจจุบันมีกระแสความนิยมของการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอัจฉริยะที่รู้จักกันดีในกลุ่ม Smart gadgets หรือ Wearable devices แม้กระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งรียกว่า Internet of Things (IoT)

จากบทความของ McKinsey เรื่อง “Disruptive technologies: Advances that will transform life, business, and the global economy” กล่าวว่า Internet of Things (IoT) ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกมในทศวรรษหน้า ซึ่งแนวคิดของ IoTถือเป็นความท้าทายของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทั้งในระดับธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม

Internet of Things (IoT) หมายถึง การที่สิ่งต่างๆ ถูกเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต

สำหรับนิยามของ Internet of Things (IoT) หมายถึง การที่สิ่งต่างๆ ถูกเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สามารถสั่งการ ควบคุมใช้งานอุปกรณ์ต่างๆผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การสั่งเปิด-ปิด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องมือทางการเกษตร เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม อาคาร บ้านเรือน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น หากวันนั้นมาถึงอย่างเต็มรูปแบบ จะเป็นทั้งประโยชน์อย่างมหาศาล และมีความเสี่ยงไปพร้อมๆ กัน เพราะหากระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่ดีพอ จะทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามากระทำการที่ไม่พึงประสงค์ต่ออุปกรณ์ข้อมูลสารสนเทศหรือความเป็นส่วนตัวของบุคคลได้

แนวคิดในเรื่องเครือข่ายของ Smart devices ดังกล่าวข้างต้น มีมาตั้งแต่ปี 1982 (2525) โดยมีการสร้างตู้หยอดเหรียญซื้อโค้กที่ Carnegie Mellon University (เดิมชื่อ Carnegie Institute of Technology) ซึ่งประดิษฐกรรมนี้เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเครื่องแรกของโลก ตู้นี้สามารถรายงานว่ามีสต็อกเหลืออยู่กี่กระป๋อง กระป๋องที่ใส่เข้าไปเย็นหรือยังฯลฯ ในปี 1991 (2534) Mark Weiser เขียนบทความสำคัญชื่อ “The Computer of the 21th Century” และตามมาด้วยงานเขียนของนักวิชาการอีกหลายคนจนเกิดวิสัยทัศน์ในเรื่อง IoTขึ้น แนวคิดของ IoTพัฒนาเป็นลำดับจนเกิดโมเมนตัมในปี 1999 (2542) โดยเป็นความคิดในเรื่องการสื่อสารชนิดจากอุปกรณ์ถึงอุปกรณ์ (Device to Device: D2D) เช่น ตู้เย็นถึงมือถือ มือถือถึงเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรถึงเครื่องจักร ฯลฯ IoTได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ ในตอนแรกคิดว่าการสื่อสารถึงกันผ่าน Radio-frequency identification (RFID) เป็นเงื่อนไขสำคัญของ IoTโดยคิดว่าถ้าทุกสิ่งของและมนุษย์ทุกคนมี ID (identification) แล้ว คอมพิวเตอร์ก็สามารถจัดการได้เกือบทุกเรื่อง

โดยทั่วไปแล้ว IoTในปัจจุบันปรากฏผสมผสานอยู่ในรูปแบบของบ้านอัจฉริยะ แอปพลิเคชั่น (applications) อุปกรณ์สวมใส่ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรม แต่ความเป็นจริง IoTมีมากกว่านั้น ซึ่ง IoT Analytics สามารถจำแนกได้ออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ โดยในส่วนของผู้บริโภคสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่ การใช้งานภายในบ้าน การใช้ชีวิต สุขภาพ และยานยนต์ และสำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจสามารถแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มย่อยด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มธุรกิจสุขภาพ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธุรกิจยานยนต์ เมือง ภาคผลิต ภาคบริการ และอื่นๆ

ต้นทุนของการผลิตอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีระบบ IoTจะลดลงครึ่งหนึ่งในทุก 10 ปี

ปัจจุบันพบว่าการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud) ข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ และการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ร่วมกับเทคโนโลยี มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้เกิดการนำ IoTมาใช้อย่างแพร่หลาย และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การสร้างและกำหนดอนาคตของระบบไอซีทีเพื่อลดต้นทุนให้น้อยลง จะช่วยสร้างสภาวการณ์ที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศต่างๆ มีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยจากการเลือกรับและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆเหล่านั้น นอกจากนี้ ยังมีบางแนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ ต้นทุนของการผลิตอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีระบบ IoTจะลดลงครึ่งหนึ่งในทุก 10 ปี
การเชื่อมต่อในโลกดิจิทัลที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยที่การเชื่อมต่อไม่เพียงแต่เป็นเรื่องจำเป็น แต่ถือเป็นเรื่องสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศต่างๆทั่วโลก และในการส่งต่อข้อมูลระหว่างธุรกิจ ลูกค้า หน่วยงาน บริการ และการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมด การเชื่อมต่อในโลกดิจิทัลจึงถือว่าเป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลงของประเทศได้อย่างแท้จริง

top